เฉลิมพระชนพรรษา 7 รอบ เฉลิมพระชนพรรษา 7 รอบ เฉลิมพระชนพรรษา 7 รอบ เฉลิมพระชนพรรษา 7 รอบ
เฉลิมพระชนพรรษา 7 รอบ เฉลิมพระชนพรรษา 7 รอบ เฉลิมพระชนพรรษา 7 รอบ เฉลิมพระชนพรรษา 7 รอบ
เฉลิมพระชนพรรษา 7 รอบ เฉลิมพระชนพรรษา 7 รอบ เฉลิมพระชนพรรษา 7 รอบ เฉลิมพระชนพรรษา 7 รอบ
เฉลิมพระชนพรรษา 7 รอบ เฉลิมพระชนพรรษา 7 รอบ เฉลิมพระชนพรรษา 7 รอบ เฉลิมพระชนพรรษา 7 รอบ
เว็บบอร์ดแบดมินตันไทย :: ดูกระทู้ - นิทานคติธรรม...
FAQ
FAQ
ค้นหา
ค้นหา
รายชื่อสมาชิก
รายชื่อสมาชิก
กลุ่มผู้ใช้งาน
กลุ่มผู้ใช้งาน
ข้อมูลส่วนตัว
ข้อมูลส่วนตัว
เข้าระบบ
เข้าระบบ
ข้อความส่วนตัว
ข้อความส่วนตัว

เว็บบอร์ดแบดมินตันไทย หน้ากระดานข่าวหลัก » รวมมิตรทอล์ค(Talk)

ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้
นิทานคติธรรม...
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
admin
ผู้ดูแลสำนัก


เข้าร่วมเมื่อ: Feb 19, 2004
ตอบ: 1225
ที่อยู่: เขตดินแดง

ตอบตอบ: Tue 13 Feb , 2007 00:57    ชื่อกระทู้: นิทานคติธรรม... ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำพูด:
ชาวนาผู้หนึ่งมีบุตรสาวอยู่สองคน วันหนึ่งอยากจะทดลองปัญญาของบุตรทั้งสอง จึงส่งแตงโมให้บุตรทั้งสอง 1 ใบ โดยบอกว่าให้ทั้งสองไปแบ่งกันกินให้เท่าๆกัน เพื่อจะได้ไม่ต้องโต้เถียงทะเลาะเบาะแว้งกันเรื่องได้มากได้น้อย ถ้าแบ่งไม่ได้เท่าๆกัน เกิดทุ่มเถียงกันขึ้นเมื่อใด ก็จะต้องถูกลงโทษทั้งสองคน

เด็กทั้งสอง เมื่อได้รับแตงโมมาแล้วไม่รู้ว่าจะผ่าแบ่งกันอย่างไรจึงจะได้ส่วนเท่าๆกัน ด้วยเกรงจะต้องถูกทำโทษ ในที่สุดจึงตกลงกันในวิธีการดังนี้ โดยที่เด็กทั้งสอง เห็นว่าเป็นวิธีที่ยุติธรรม คือ ถ้าหากใครเป็นผู้ผ่าแตงโมออกเป็นสองซีก ผู้นั้นจะต้องเป็นฝ่ายเลือกทีหลัง และจะต้องยอมให้ฝ่ายที่ไม่ใช่เป็นคนผ่าเลือกก่อน ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้คนผ่าลำเอียง โดยผ่าเป็นชิ้นโตชิ้นหนึ่งและชิ้นเล็กชิ้นหนึ่ง แล้วคนผ่าจะรีบเลือกเอาชิ้นโตเป็นของตนเองเสียก่อนเมื่อเด็กทั้งสองได้ผ่าแตงโมแบ่งกันเสร็จแล้ว จึงรีบวิ่งไปเล่าให้บิดาฟัง บิดามีความพอใจในสติปัญญาของเด็กทั้งสองนั้นมาก


คนที่ผูกเรื่องนี้เก่งมาก : DD : DD : DD

กฎ กติกา ที่ดีนั้นไม่ได้เอื้ออำนวยประโยชน์ให้กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ถ้าศึกษาทำความเข้าใจ รู้จักปฏิบัติตามกฎกติกา
ปัญหาความวุ่นวายต่างๆ ก็แทบจะไม่มี
ที่เกิดปัญหา เพราะใช้กฎ กติกา เป็นเครื่องแสวงหาช่องโหว่ในการแข่งขัน
แทนที่จะศึกษาหาช่องโหว่ของตัวเอง หรือของนักกีฬาในทีม แล้วกำจัดจุดบกพร่องนั้นไป


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย admin เมื่อ Sat 07 Jul , 2007 16:55, แก้ไขทั้งหมด 3 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข้อความส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo MSN ICQ
admin
ผู้ดูแลสำนัก


เข้าร่วมเมื่อ: Feb 19, 2004
ตอบ: 1225
ที่อยู่: เขตดินแดง

ตอบตอบ: Tue 13 Feb , 2007 01:05    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ศึกชิงตำแหน่ง
คำพูด:
คิ้ว ตา จมูก ปาก ล้วนประกอบขึ้นมาบนใบหน้ามีตำแหน่งอย่างเหมาะสม มีอยู่วันหนึ่ง ปากก็พูดกับจมูกว่า
? เธอมีคุณสมบัติอะไรจึงมาอยู่เหนือฉัน??
?ก็เพราะฉันสามารถแยกแยะกลิ่นหอมและเหม็น จากนั้นเธอจึงสามารถกินเข้าไปได้ ดังนั้น ฉันจึงมีคุณสมบัติที่จะอยู่เหนือเธอน่ะสิ!? จมูกตอบแล้วจมูกก็พูดกับตาว่า
?เธอมีคุณสมบัติอะไรจึงมาอยู่เหนือฉัน??
?ก็เพราะว่าฉันสามารถเห็นถึงความงามและความอัปลักษณ์ และยังเห็นชัดถึงสิ่งของต่างๆ ดังนั้น ฉันจึงมีคุณสมบัติที่จะอยู่เหนือเธอน่ะสิ!? ตาพูด จมูกรู้สึกไม่พอใจ กล่าวอีกว่า
? หากเหตุผลเป็นเช่นเธอว่า แล้วคิ้วมีคุณสมบัติอะไรมาอยู่เหนือฉัน??คิ้วจึงสวนไปทันควัน
? ฉันก็ไม่รู้ว่าจะแย่งกับทุกท่านไปทำไม แต่ถ้าหากว่าฉันไปอยู่ข้างล่างจมูกและตา ก็ไม่รู้ว่าขอบตาจะไปอยู่ส่วนไหนของใบหน้า? พูดเสร็จก็วิ่งไปอยู่ใต้ปาก เกิดอะไรขึ้นกับใบหน้า ใบหน้าไม่เป็นใบหน้า สุคท้ายทั้งตา จมูก และปาก ก็ต้องเชิญคิ้วขึ้นไปอยู่ส่วนบนสุดดังเดิม จากนั้นก็ไม่กล้าที่จะพูดอะไรอีกเลย!
คำโบราณกล่าวไว้ว่า ?ถ้าให้ฉันมาเกิด ต้องมีคุณประโยชน์ ? ไม่ว่าจะเป็นต้นหญ้าต้นหนึ่ง หรือแม้แต่น้ำค้างหยดหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นผู้คนเรื่องราวหรือสรรพสิ่ง ต่างก็มีก่อนหลังหนักเบาชัดเจน ความสามารถมีมากน้อยต่างกัน มีความสามารถมากหน่อยก็ควรแบกรับภาระหนักหน่อย ด้อยซึ่งความสามารถก็แบกรับน้อยหน่อย เช่นนี้ ทุกคนจึงสามารถอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข้อความส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo MSN ICQ
admin
ผู้ดูแลสำนัก


เข้าร่วมเมื่อ: Feb 19, 2004
ตอบ: 1225
ที่อยู่: เขตดินแดง

ตอบตอบ: Tue 13 Feb , 2007 01:21    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ชายชรากับลังเหล็ก
กาลครั้งหนึ่ง ยังมีคุณลุงอยู่ท่านหนึ่ง ในช่วงวัยหนุ่มคุณลุงท่านนี้เป็นหัวหน้าคนงานอยู่ในเหมืองทองคำมีเสื้อผ้าดีมาก แต่คุณลุงท่านนี้ไม่เคยเก็บเงินเลยมีเท่าไรก็ใช้หมด เนื่องจากคุณลุงเป็นคนจิตใจดีใครมาหยิบยืมก็ให้ เลี้ยงเพื่อนฝูงตลอด คุณลุงมีเพื่อนเยอะมาก จนกระทั่งคุณลุงท่านนี้เกษียณอายุจากการทำงาน ปรากฏว่าไม่มีเงินเหลือเลยจากชีวิตการทำงานอันยาวนาน คุณลุงมีลูกอยู่ 5 คน เมื่อคุณลุงไม่มีเงินก็จำเป็นต้องไปอาศัยอยู่บ้านลูกๆ ทั้ง 5 คน

วันจันทร์ ก็ไปอยู่บ้านลูกสาว ก็ถูกลูกเขยพูดจากระทบกระเทียบ เช่น "ทำไมคุณพ่อคุณไม่ไปบ้านลูกคนอื่นบ้างนะ ผมจะทำอะไรก็อึดอัดจริงๆ "

วันอังคาร ก็ไปอยู่บ้านลูกชาย ก็ถูกหลาน และลูกสะใภ้กระทบกระเทียบ เช่น "รำคาญคุณปู่จังเลยกับข้าวที่หนูชอบดูสิคุณปู่ทานหมดเลย ทำไมคุณปู่ไม่ไปบ้านอื่นบ้าง" เป็นเช่นนี้ตลอด คุณลุงก็เปลี่ยนไปอยู่บ้านลูกคนนั้นทีคนนี้ที ก็ถูกลูกบ้าง ลูกเขยบ้าง ลูกสะใภ้บ้าง หลานบ้างพูดจาถากถางอยู่ตลอด แต่คุณลุงก็ต้องทน เพราะคุณลุงไม่มีเงินเก็บแม้แต่บาทเดียว

อยู่มาวันหนึ่ง คุณลุงตัดสินใจเรียกลูกๆ ทุกคนมาแล้วบอกว่า "พ่อจะไม่อยู่สัก 2 ปีนะลูก เพราะเพื่อนพ่อที่เป็นเจ้าของเหมืองทองคำมันเขียนจดหมายมาขอร้องให้พ่อไปช่วยงานที่เหมืองทองคำของมัน พ่อจำเป็นต้องไปช่วยเขาจริงๆ" ลูกๆ ได้ฟังดังนั้นก็ดีใจสนับสนุนเพื่อให้คุณลุงท่านนี้ไปให้พ้นๆ จะได้ไม่เป็นภาระอีกต่อไป

เมื่อครบ 2 ปี คุณลุงท่านนี้ก็กลับมาพร้อมกับลังเหล็กใบใหญ่ 1 ใบ ไปไหนแกก็ลากไปด้วย ลูกๆ ก็พากันแปลกใจและถามว่า "ลังอะไร" คุณลุงตอบว่า "เป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายที่ได้มาจากเหมืองทองคำของเพื่อน ถ้าใครดูแลพ่อจนถึงวาระสุดท้ายก็จะมอบสมบัติในลังเหล็กให้ทั้งหมด" ปรากฏว่า ลูกๆ พากันตื่นเต้น ต่างอาสามาดูแลคุณพ่อกันยกใหญ่

วันจันทร์ คุณลุงก็อยู่กับลูกสาวคนโต ลูกเขยกับหลานก็พากันเอาใจบีบนวดให้ หาของกินดีๆ มาให้ แต่ยังไม่ทันไรลูกชายคนที่สองก็มาตามให้ไปอยู่ด้วย และก็เช่นกันยังไม่ทันไร ลูกสาวคนที่สาม ก็มาตามให้ไปอยู่ด้วยอีก ปรากฏว่าลูกๆ ทั้ง 5 คน ของคุณลุงต่างแย่งกันเอาใจและปรนนิบัติคุณลุงท่านนี้อย่างดี แต่เวลาไปไหนคุณลุงก็จะลากลังเหล็กใบนี้ไปด้วยตลอด

เวลาผ่านไป 7 ปี คุณลุงท่านนี้เสียชีวิตลง หลังงานพิธีศพลูกๆ ทุกคนพากันมานั่งล้อมลังเหล็กใบนี้เพื่อแบ่งสมบัติกัน ลูกสาวคนโตเป็นคนเปิดฝาลังเหล็ก พบว่ายังมีห่อผ้าสีขาวอยู่หนึ่ง ห่อ และจดหมายหนึ่งฉบับอยู่ภายใน ลูกสาวคนโตได้เปิดจดหมายอ่านให้น้องๆ ฟัง เนื้อความในจดหมายเขียนไว้ว่า

คำพูด:
ถึง ลูกๆที่รักทุกคน

ก่อนอื่นพ่อต้องขอขอบใจก้อนหินทุกก้อนในลังเหล็กใบนี้ ที่ได้เลี้ยงดูพ่อจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต พ่อขอให้ลูกๆแบ่งก้อนหินในลังเหล็กคนละเท่าๆกัน เพื่อเป็นอนุสรณ์เตือนใจให้พวกเจ้าขยันเก็บออมเสียตั้งแต่วันนี้ เพื่อเวลาที่พวกเจ้าแก่ตัวลงจะได้ไม่มีชีวิตน่าสมเพชเยี่ยงพ่อ

รักลูกทุกคน
จากพ่อ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข้อความส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo MSN ICQ
โอมนะ
มือวาง


เข้าร่วมเมื่อ: Dec 27, 2004
ตอบ: 54

ตอบตอบ: Wed 14 Feb , 2007 11:14    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ชอบๆๆ ขออีกฮับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข้อความส่วนตัว
admin
ผู้ดูแลสำนัก


เข้าร่วมเมื่อ: Feb 19, 2004
ตอบ: 1225
ที่อยู่: เขตดินแดง

ตอบตอบ: Sun 11 Mar , 2007 10:34    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)


ไก่ชนกับนกอินทรีย์
โดย พันเอก (พิเศษ) นวม สงวนทรัพย์

คำพูด:

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
ครอบครัวชาวนาเลี้ยงไก่ไว้ฝูงหนึ่ง ปล่อยให้ไก่ทั้งหลาย เที่ยวคุ้ยเขี่ยหากินในลานนวดข้าว ข้างหลังยุ้งฉาง ไก่ชน 2 ตัว โต้เถียงแย่งเขตแดนการหากิน ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมซึ่งกันและกัน ในที่สุดไก่ชนทั้ง 2 ตีกันชุลมุน ไก่ตัวหนึ่งถูกเดือยแหลมคมเข้าที่คอ และหน้าเป็นแผลลึกหลายแผล สู้ต่อไปไม่ได้ วิ่งหนีหัวซุกซุนไปหลบซ่อนกายภายใต้ยุ้งข้าว

ไก่ชนตัวตีชนะ ลำพองใจ ชูคอขันประกาศชัยชนะของตนกลางลานนวดข้าว ใช่แต่เท่านั้นก็หามิได้ ยังได้บินขึ้นไปกระพือปีก โก่งคอขันบนหลังคายุ้งข้าว ประกาศให้ไก่ทุกตัวรู้ว่าตนคือ ?ผู้ชนะ?

ห้วงเวลานั้น นกอินทรีใหญ่ บินถลาร่อนบนท้องฟ้า มองเห็นไก่ชนชูคอขัน โฉบลงจากท้องฟ้า กรงเล็บแหลมคม ตะครุบร่างไก่ โผถลาขึ้นท้องฟ้า นำไปกินเป็นอาหารของตนและลูกน้อย 2 ตัว ซึ่งอยู่บนรัง ณ ยอดไม้ ในป่าใหญ่

ฝ่ายว่าไก่ชนตัวที่พ่ายแพ้ เมื่อออกมาจากใต้ถุนยุ้งข้าว ครั้นไม่เห็นไก่ชนที่ชนะตน ก็ได้คุ้ยเขี่ยหาอาหารต่อไปตามสบาย


นิทานคติ

?เมื่อมีชัยแล้ว จงอย่ากำเริบ-ลืมตัว ถ้ากำเริบ-ลืมตัว อันตรายมักบังเกิดขึ้นในกาลภายหลัง?


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย admin เมื่อ Sun 11 Mar , 2007 10:46, แก้ไขทั้งหมด 2 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข้อความส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo MSN ICQ
admin
ผู้ดูแลสำนัก


เข้าร่วมเมื่อ: Feb 19, 2004
ตอบ: 1225
ที่อยู่: เขตดินแดง

ตอบตอบ: Sun 11 Mar , 2007 10:42    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ศิษย์คิดล้างครู
นิทานธรรม ฉบับพิเศษ
จัดพิมพ์โดย ธรรมสภา


คำพูด:
ในเมืองพาราณสี มีตระกูลหนึ่งรับหน้าที่สอนศิลปะเกี่ยวกับการฝึกช้างและการใช้ช้างให้ทำงานต่างๆ ตามที่ปรารถนา ครั้งนั้น พระพุทธเจ้าของเราเกิดเป็นลูกของตระกูลนั้น ศึกษาศิลปะเกี่ยวกับเรื่องการฝึกช้างจนจบและเชี่ยวชาญ จึงได้รับมอบหมายจากตระกูลให้ทำหน้าที่สอนศิลปะนั้นแก่ศิษย์รุ่นต่อๆ มา

อาจารย์เป็นคนมีเมตตาต่อบรรดาศิษย์มาก ตั้งใจสอนศิลปะวิทยาเป็นอย่างดีโดยไม่ปิดบัง และไม่เลือกว่าศิษย์นั้นมีฐานะเป็นเช่นไร ดังนั้น จึงมีศิษย์มาสมัครเรียนศิลปะวิทยาจากทั่วสารทิศ ต่อมาได้มีชายหนุ่มคนหนึ่งมาขอศึกษาอยู่ด้วย

?เธอมาจากที่ไหน? อาจารย์ถาม

?ข้าพเจ้าเป็นชาวเมืองพาราณสีนี้เอง? ชายหนุ่มตอบ

?เธอจะเรียนไปทำไม?

?ข้าพเจ้ามาเรียนก็เพื่อเอาไว้ไปใช้ทำมาหากิน?

เมื่อทราบความประสงค์ของศิษย์อย่างนั้นแล้ว อาจารย์ก็ได้รับไว้ด้วยความเมตตาและสอนศิลปวิทยาให้จนหมดสิ้น

วันหนึ่ง หลังจากจบการศึกษาแล้ว ชายหนุ่มได้เข้าไปหาอาจารย์ อาจารย์ได้กล่าวความยินดีและชวนสนทนาถึงเรื่องต่างๆ รวมทั้งเรื่องราวในราชสำนักด้วย

?ท่านอาจารย์ ข้าพเจ้าอยากรับราชการ? ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นในตอนหนึ่ง

?งานราชการคืองานรับใช้พระราชสำนักเป็นงานหนักนะ? อาจารย์บอก

?ข้าพเจ้าไม่กลัวงานหนัก กลัวแต่ว่าจะไม่ได้งานทำเท่านั้น?

?ถ้าเธอต้องการจริงๆ ฉันจะช่วยฝากให้?

อาจารย์ทำตามที่พูดไว้ หลังจากเฝ้าพระเจ้าพรหมทัต พระราชาแห่งแคว้นกาสีแล้ว วันหนึ่งจึงได้กราบทูลว่า ?ขอเดชะ ข้าพระองค์มีลูกศิษย์ฝีมือดีอยู่คนหนึ่ง ขอฝากเขาไว้รับใช้ในราชสำนักด้วย?

?ได้ซีท่านอาจารย์? พระเจ้าพรหมทัตตรัสรับรอง ?ใครก็ตามถ้ามาจากอาจารย์ ฉันรับหมดเพราะเชื่อฝีมือ?

?เป็นพระมหากรุณาธิคุณพระเจ้าข้า? อาจารย์ก้มลงกราบ พลางขอให้พระเจ้าพรหมทัตตั้งเงินเดือนให้เขาด้วย

?ท่านอาจารย์ ฉันมีธรรมเนียมอยู่ว่าศิษย์กับอาจารย์จะได้เงินเดือนไม่เท่ากัน ศิษย์จะต้องได้น้อยกว่า อาจารย์จะต้องได้มากกว่า? พระเจ้าพรหมทัตตรัสชี้แจง

?ข้าพระองค์คิดว่าเรื่องนี้คงไม่มีปัญหา?

?ถ้าอย่างนั้น ทุกวันนี้ฉันให้อาจารย์เดือนละ ๑๐๐ กหาปณะ ศิษย์ของอาจารย์ก็จะได้ครึ่งหนึ่งคือ ๕๐ กหาปณะ?

?เป็นพระมหากรุณาพระเจ้าข้า?
อาจารย์ดีใจมากที่สามารถฝากศิษย์เข้ารับราชการได้สำเร็จตามความต้องการของศิษย์ ดังนั้นครั้นกลับถึงบ้านแล้วจึงรีบแจ้งให้ชายหนุ่มทราบทันที ?อาจารย์ดีใจด้วย พระราชารับเธอเข้ารับราชการแล้ว?

?แล้วเรื่องเงินเดือน พระราชาทรงให้เท่าไร ท่านอาจารย์? ชายหนุ่มถามอย่างกระตือรือร้น

?เห็นรับสั่งว่าจะพระราชทานให้ครึ่งหนึ่งของฉัน? อาจารย์ตอบตามความเป็นจริง

?ทุกวันนี้อาจารย์ได้เท่าไร?

?ฉันได้ ๑๐๐ กหาปณะ?

?ถ้าอย่างนั้น ข้าพเจ้าก็ได้เพียง ๕๐ กหาปณะใช่ไหมอาจารย์?

?ใช่.....? อาจารย์พยักหน้ารับ

?ท่านอาจารย์.....? ชายหนุ่มพูดขึ้นด้วยความไม่พอใจ

?ข้าพเจ้ากับท่านมีความรู้เท่ากัน ก็ควรจะได้เงินเดือนเท่ากัน?

?ถ้าเธอต้องการอย่างนั้น ฉันจะไปกราบทูลพระราชาดูก่อนว่าจะทรงเห็นด้วยหรือไม่? อาจารย์ยินดีรับข้อเสนอ

ต่อมาอาจารย์ได้เข้าเฝ้าพระเจ้าพรหมทัต และกราบทูลข้อเสนอของชายหนุ่มให้พระราชาทราบ

?ได้.....ท่านอาจารย์? พระเจ้าพรหมทัตรับข้อเสนอของชายหนุ่ม และทรงมีเงื่อนไขว่า ?ลูกศิษย์ของท่านจักได้เงินเดือนเท่ากับท่าน ถ้าเขามีความสามารถเท่ากับท่าน?

?พระองค์จะให้เขาแสดงศิลปะแข่งกับข้าพระองค์หรือพระเจ้าข้า? อาจารย์ทูลถาม

?ใช่แล้ว? พระจ้าพรหมทัตพยักหน้าพระพักตร์รับ

อาจารย์ได้นำความนั้นมาแจ้งให้แก่ชายหนุ่มได้ทราบ และได้รับคำตอบอย่างหนักแน่นว่า

?ได้.....ท่านอาจารย์ ข้าพเจ้ายินดีจะแสดงความสามารถแข่งกับท่าน?

?ตกลง? อาจารย์รับคำ

วันรุ่งขึ้น อาจารย์ได้เข้าเฝ้าพระเจ้าพรหมทัตอีกครั้งหนึ่ง พร้อมทั้งกราบทูลเรื่องที่ชายหนุ่มตกลงแสดงศิลปะแข่งกับตนให้ทรงทราบ

?เอาละ อาจารย์ พรุ่งนี้เชิญท่านกับศิษย์มาแสดงแข่งกันได้เลย ที่ลานดินหน้าพระราชวัง? พระเจ้าพรหมทัตทรงนัดหมาย

?เป็นพระมหากรุณาธิคุณพระเจ้าข้า? อาจารย์ก้มลงกราบแทบพระบาท ?และเป็นพระมหากรุณาธิคุณมากยิ่งขึ้นหากพระองค์จะป่าวประกาศเชิญชวนชาวเมืองมาร่วมเป็นสักขีพยานด้วย?

?ได้.....ท่านอาจารย์ ถ้าท่านต้องการอย่างนั้น? พระเจ้าพรหมทัตตรัสรับคำอย่างหนักแน่น

ความจริงแล้วอาจารย์รู้สึกสะเทือนใจที่ต้องมาแสดงฝีมือแข่งกับศิษย์ เพราะคิดไม่ถึงว่าศิษย์จะกล้าท้าทายตนเช่นนี้ ?เราควรจะสอนให้เขาได้สำนึกบ้าง? อาจารย์บอกกับตนเองขณะเดินทางกลับบ้าน

คืนวันนั้น ขณะที่ทุกคนหลับกันหมดแล้ว อาจารย์ก็แอบไปที่โรงช้างและฝึกช้างให้เรียนรู้วิธีที่จะเอาชนะชายหนุ่มศิษย์อกตัญญูของตน เขาฝึกให้ช้างเรียนรู้คำสั่งและปฏิบัติการที่ตรงกันข้าม นั่นคือ

เมื่อออกคำสั่งว่า ?ไป? ให้ช้างเรียนรู้ว่า ?ต้องถอยหลัง?
เมื่อออกคำสั่งว่า ?หยุดยืน? ให้ช้างเรียนรู้ว่า ?ต้องนอน?
และเมื่อออกคำสั่งว่า ?ถือ? ให้ช้างเรียนรู้ว่า ?ต้องปล่อย?

รุ่งเช้าที่บริเวณหน้าพระราชวัง ชาวเมืองพาราณสีมาเฝ้าชมการแข่งขันประลองความสามารถระหว่างศิษย์กับอาจารย์อยู่เนืองแน่น พระเจ้าพรหมทัตประทับนั่งบนพระที่นั่งอย่างสง่างาม แล้วทันใดนั้นเอง อาจารย์กับศิษย์ก็ปรากฏตัวพร้อมด้วยช้างที่จะใช้ประลองความสามารถ

ครั้นได้เวลา อาจารย์กับศิษย์ก็ผลัดกันแสดงความสามารถในการบังคับช้าง ผลปรากฏว่าอาจารย์มีความสามารถบังคับได้อย่างไร ศิษย์ก็มีความสามารถอย่างนั้น ผู้คนที่มาเฝ้าชมต่างพากันเงียบกริบเพราะคิดว่าอาจารย์คงสู้ศิษย์ไม่ได้ อาจารย์เองก็ชื่นชมศิษย์ของตนเองอยู่ในที ช่วงสุดท้ายมาถึงแล้ว อาจารย์ยืนสงบนิ่งอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นจึงเสนอวิธีการประลองความสามารถครั้งสุดท้าย คือ ให้ศิษย์สั่งบังคับช้างของตนเอง

?ได้.....ท่านอาจารย์ ช้างของท่านก็เหมือนช้างของข้าพเจ้า? ชายหนุ่มรับข้อเสนอของอาจารย์ทันที แล้วตรงรี่เข้าหาช้างของอาจารย์ พร้อมทั้งออกคำสั่งให้ช้างทำ

แต่ผลปรากฏว่าช้างกลับทำกิริยาอาการตรงกันข้ามหมดสิ้น

ถึงตอนนี้ ชายหนุ่มเริ่มหน้าถอดสีเพราะรู้สึกอับอายที่ไม่สามารถสั่งช้างของอาจารย์ให้ทำตามตนสั่งได้ ผู้คนที่เฝ้าชมซึ่งเอาใจช่วยอาจารย์อยู่ตลอดเวลา ต่างได้โอกาสลุกฮือขึ้นสาปแช่งชายหนุ่มกันเสียงอึงมี่

?ไป.....ไปให้พ้น ไอ้ลูกศิษย์เนรคุณ ช่างไม่รู้จักประมาณตัวเองบ้างเลย? ว่าแล้ว ต่างคนต่างปาก้อนดินใส่ชายหนุ่มจนได้รับบาดเจ็บอย่างแสนสาหัส และขาดใจตายในเวลาต่อมา


นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ศิษย์ที่คิดล้างครูนั้นย่อมมีแต่ความวิบัติ เหมือนชายหนุ่มกับอาจารย์ผู้มากด้วยเมตตา ผลสุดท้ายชายหนุ่มก็ได้รับผลร้ายที่เกิดจากการกระทำของตนเอง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข้อความส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo MSN ICQ
admin
ผู้ดูแลสำนัก


เข้าร่วมเมื่อ: Feb 19, 2004
ตอบ: 1225
ที่อยู่: เขตดินแดง

ตอบตอบ: Sun 11 Mar , 2007 11:09    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

มรดกของพ่อ



คำพูด:
ชายหนุ่มผู้หนึ่งเติบโตมาบนผืนดินกว้างใหญ่ ซึ่งเป็นทั้งไร่นาและที่สวน

พ่อแม่ ของเขาผู้เป็นเจ้าของที่ดินได้จ้างคนงานมากมายไว้ทำงาน

เขาจึงใช้ชีวิตอย่าง สุขสบายมาตลอดจนกระทั่งแม่ของเขาเสียชีวิต

พ่อจึงให้เขามาทำงานร่วมกับคนงานในไร่ ทั้งปลูกต้นไม้ รดน้ำพรวนดิน

มิได้หยุดหย่อน จนเขาต้องตัดพ้อต่อว่าพ่อหลายครั้งว่า

ทำไมพอแม่ไม่อยู่ พ่อถึงเลี้ยงดูเขาอย่างทิ้งขว้าง

บังคับให้ทำงานหนักทั้งๆที่คนงานก็มีมาก เงินทองก็มีเหลือกินเหลือใช้

ผู้เป็นพ่อก็ได้แต่ตอบว่า

?แล้ววันหนึ่ง เจ้าจะเข้าใจเอง?



สองสามปีหลังแม่เสียไป เขาต้องทำงานหนัก

ไม่เคยมีความสุขสะดวกสบายเลย และเขายังคงไม่เข้าใจในสิ่งที่พ่อให้เขาทำ

แต่แล้วเรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อพ่อของ เขาเกิดล้มป่วยกะทันหัน

และก่อนจะสิ้นลมหายใจ พ่อพูดเพียงสั้นๆว่า

?พ่อมีแค่ที่ดิน และหบใบหนึ่งที่จะให้เป็นสมบัติแก่เจ้า?



ชายหนุ่มมัวเศร้าโศกจนไม่ได้สนใจสิ่งที่พ่อบอก

และเมื่อไม่มีพ่อแล้ว เขาก็ไม่สนใจที่จะดูแลงานในไร่ในสวน

กลับไปใช้ชีวิตอย่างสุขสบายใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยจนเงินทอง ร่อยหรอลง

คนงานก็ทยอยลาออก เมื่อเงินทองเริ่มหมด แปลงผลไม้บางแปลงเริ่มว่าง เปล่า

เขาก็นึกถึงหบสมบัติที่พ่อเคยบอกไว้ เมื่อเขาไปค้นหาและเปิดหบสมบัติออกมา

ก็ต้องผิดหวังเมื่อพบว่าในหบนั้นมีแต่เมล็ดพันธุ์มากมายหลายประเภท

ขณะที่เขากำลังคิดว่าจะทำอย่างไรกับชีวิตตัวเองดี



ทันใดนั้นเขารู้สึกเหมือนได้ยินเสียงพ่อแว่วมาย้ำเตือนว่า

?พ่อมีแค่ที่ดินและหบใบหนึ่ง?

ชายหนุ่มจึงเริ่มมีสติได้คิด เขาหยิบเมล็ดพันธุ์ขึ้นมาจ้องมองและรำพึงกับตัวเองว่า

?จริงสินะ พ่อทิ้งเมล็ดพืชและที่ดินไว้ให้

ที่ดินที่สามารถเพาะปลูกต้นไม้ได้ชั่วชีวิต มันเป็นสมบัติอันล้ำค่าจริงๆ?



ตั้งแต่นั้นมาเขาก็กลับมาตั้งหน้าตั้งตาพลิกฟื้นผืนดินตามแบบที่พ่อเคยสอน

ดูแลไร่สวน รดน้ำพรวนดินอย่างไม่รู้จักเหน็ด เหนื่อย

ที่สำคัญเขาได้คำตอบแล้วว่า ที่พ่อให้ เขาตรากตรำทำงานหนักนั้น

ก็เพื่อเขาจะได้มีความรู้ความสามารถและความอด

ทนที่จะทำงานเหล่านี้ได้ในยามที่ไม่มีพ่อแม่คอยช่วยเหลือ

และทั้งหมดนี่แหละคือมรดกอันล้ำค่าที่พ่อมอบให้เขาด้วยความรัก

และความห่วงใยเป็นที่สุด

........



มรดกอันล้ำค่าที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ลูกนั้น

อาจไม่ใช่ทรัพย์สินเงินทองกองโตมหาศาลที่จะบันดาลความสุขเพียงชั่วคราวแก่ลูก

แต่อาจเป็นการปลูกฝังความรู้ ความดีงาม ความขยันหมั่นเพียร ความมีมานะอดทน

บากบั่น การสอนให้รู้จักสู้ชีวิตแบบหนักเอาเบาสู้ ทั้งทางตรงและทางอ้อม

เพราะสิ่งเหล่านี้เองที่จะเป็นสมบัติติดตัวลูกไป

จนตราบชีวิตจะหาไม่ และเป็นมรดกอันล้ำค่าอย่างแท้จริง


http://www.manager.co.th/Dhamma/ViewNews.aspx?NewsID=9480000164843
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข้อความส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ Yahoo MSN ICQ
popeye
สมาชิกอาวุโส
สมาชิกอาวุโส


เข้าร่วมเมื่อ: Mar 17, 2004
ตอบ: 12

ตอบตอบ: Fri 23 Mar , 2007 22:09    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ขอขุดด้วยคน เป็นกลอนที่แต่งเล่น ขำๆ โพสต์ในเว็บบอร์ด เพื่อนเก่า(ไม่แก่) คงจะจำกันได้
คุณ admin ช่วยใส่ภาพดั้งเดิมประกอบให้ด้วยนะขอรับ



แม้จะทุกข์หนักหนาน้ำตาไหล
เกิดเป็นไก่พลีกายให้ถอนขน
เจ็บเพียงไหนไม่หวาดจะสู้ทน
เพื่อความสุขของคนเล่นแบดเอย
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    เว็บบอร์ดแบดมินตันไทย หน้ากระดานข่าวหลัก » รวมมิตรทอล์ค(Talk) ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้

Powered by phpBB © 2001, 2002 phpBB Group
iCGstation v1.0 Template By Ray © 2003, 2004 iOptional -- Ported for PHP-Nuke by nukemods.com
Forums ©
Copyright © 2004-2010 All rigths reserved
อนุญาตให้นำข้อมูลไปใช้ เฉพาะผู้อ้างอิงมาที่
www.badmintonthai.com เท่านั้น

RSS Feed
You can syndicate our news using the file backend.php

 
Badminton News and Content Website
Copyright © 2004-2012 All rigths reserved 
แบดมินตันไทย ดอต คอม www.badmintonthai.com
Last Update : 17 MAR 2012
PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.36 วินาที